รีวิว – DOTA: Dragon’s Blood

 

จากเกม ‘DOTA’ ที่มีผู้เล่นมากที่สุดเกมหนึ่งของโลก ซึ่งสั่งสมความนิยมของตัวละครฮีโรในเกมของพวกเขาด้วยภูมิหลังและฝักฝ่ายที่ซับซ้อนชวนติดตาม ก็ได้รับการต่อยอดมาสู่แอนิเมชันซีรีส์ความยาว 8 ตอนทางเน็ตฟลิกซ์ และต้องยอมรับจริง ๆ ว่าคงไม่มีอะไรลงตัวไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

หลังจากที่กวาดอนิเมะทั้งเก่า ทั้งภาคต่อต่าง ๆ ดูไปจนเกือบจะหมด ไม่ว่าจะเป็น Dr. STONE , Attack on Titan , Black Clover หรือจะเป็น มหาเวทย์ผนึกมาร ล้วนแล้วแต่เดินทางมาถึง EP ท้าย ๆ บางเรื่องจบซีซันเตรียมภาคใหม่ บางเรื่องก็ถึงบทสรุปจบแล้ว นั่นทำให้ผู้เขียนก็เฝ้าหาอนิเมะใหม่ ๆ มาดูต่อ และแล้ววันนี้ก็มีอนิเมะไซไฟแฟนตาซีใหม่อย่าง DOTA: Dragon’s Blood แนวดาร์กแฟนตาซีเข้มข้น ที่จะพาคุณออกผจญภัยไปกับอัศวินมังกรที่จะต้องต่อสู้ฆ่าฟันกับมังกรและปีศาจร้าย

ดูอนิเมะ

 

รีวิว – DOTA: Dragon’s Blood ตัวละครหลัก 

 

 

รีวิว - DOTA: Dragon’s Blood

 

 

Davion – The Dragon Knight( เดเวียน )

เดเวียนหรือก็คือพระเอกของเรานั่นเอง เป็นอัศวินที่ฆ่าฟันมังกรมาอย่างมากมายจนได้รับชื่อขนานนามว่า The Dragon Knight แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกทำให้เขากลายมาเป็นอัศวินที่มีพลังมังกร หรือก็คือเป็นอัศวินและฮีโร่ที่มีด้านมืดในตัว สามารถเปลี่ยนร่างไปเป็นมังกรเพื่อโค้นล้มศัตรูได้

 

 

mirana – The Princess of the Moon ( มิราน่า )

มิราน่าคือเจ้าหญิงที่ทิ้งสถานะเจ้าหญิง และออกไปทำภารกิจลับ เพื่อตามหาสิ่งหนึ่งที่ถูกขโมยไปจากพวกเขา เพื่อนำพาสิ่งนั้นกลับไป การเดินทางทำให้เธอได้เผชิญหน้ากับเรื่องน่ากลัวที่เกิดขึ้น แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังช่วยเหลือผู้คน แล้วก็ได้ไปพบเจอพระเอกแล้วก็ร่วมเดินทาง ออกผจญภัยไปด้วยกัน

 

 

invoker  (อินโวกเกอร์)

อินโวกเกอร์ นั้นเป็นจอมเวทย์เอลฟ์ที่ถือเป็นกุญแจของเรื่องเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นคนที่กุมความลับหลาย ๆ อย่างของเรื่องราวต่าง ๆ นานา และแน่นอนว่า รายละเอียดและความลับที่ซ่อนอยู่ในภารกิจของมิราน่านั้นเขาก็รู้เป็นอย่างดี

 

fymryn ( ฟิมริน )

ฟิมริน อีกหนึ่งกุญแจสำคัญของเรื่องที่มาจากเผ่าเอลฟ์ เช่นกัน และยังเป็นตัวละครที่มีหน้าตาที่จัดว่าน่ารักเลยหละค่ะ อีกทั้งยังมีความสามารถที่น่าสนใจ ฟิมรินเป็นเอลฟ์ที่ได้รับพรจากพลังที่ถูกลืม และเพราะว่าเธอมีความเชื่อในเรื่องเล่าขาน ตำนาน คำทำนายบางอย่าง เธอจึงตัดสินใจทำบางสิ่งลงไป ซึ่งสิ่งนั้นได้ส่งผลทำให้เธอสูญเสียคนสำคัญไป

 

 

รีวิวอนิเมะ

 

Luna ( ลูน่า )

ลูน่า เป็นนักรบที่เคารพบูชาในตัว เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ Selemene เป็นอย่างมาก ชนิดที่ว่าสั่งให้ทำอะไรก็พร้อมทำ เป็นทหารแนวหน้า ที่เรียกว่าแม่ทัพของกองทัพเลยก็ว่าได้ จัดเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่เท่และน่าสนใจมาก ๆ

 

 

รีวิว - DOTA: Dragon’s Blood

 

เนื้อเรื่อง

 

DOTA: Dragon’s Blood เป็นอนิเมะที่มีเรื่องราวมาจากเกม DOTA ซึ่งเป็นเกมชื่อดัง และยังเป็นอีกหนึ่งเกมที่มีผู้เล่นมากที่สุด ซึ่งก็เพราะว่าในเกมนี้มีตัวละครที่เป็นฮีโร่เจ๋ง ๆ จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และในท้ายที่สุดก็ได้รับการต่อยอดมาเป็นอนิเมะให้เราได้ชมกัน โดยสตูดิโอผู้สร้างในครั้งนี้ ก็คือ สตูดิโอเมียร์ (Studio Mir) สตูดิโอสัญชาติเกาหลีที่ที่มีผลงานโดดเด่นในลายเส้นแบบคอมิกสไตล์ตะวันตก

 

 

DOTA: Dragon’s Blood เป็นเรื่องราวของ อัศวินหนุ่มดาเวียน ด้วยความที่เขาสูญเสียครอบครัวไปเพราะมังกร เขาก็เลยตั้งมั่นที่จะไล่ล่าสังหารมังกร เพื่อไม่ให้มีมังกรตัวไหนมาทำร้ายมนุษย์อีก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังมีจิตใจอ่อนโยนต่อมังกรในบางครั้ง แต่แล้วโชคชะตาดันพาเขาไปพัวพันกับการแย่งชิงพลังที่เหนือมนุษย์ จนทำให้เขาบังเอิญไปผสานชีวิตของตัวเองเข้ากับมังกรตนหนึ่ง เขากลายเป็นอัศวินที่มีพลังมังกรอยู่ในตัวเอง แต่ดันเป็นพลังที่ยากที่จะควบคุม และมันเป็นเสมือนคำสาปที่ ดาเวียน ต้องหาหนทางแก้ไข

 

 

เรื่องราวนำพาดาเวียนมาพบกับ มิราน่า เจ้าหญิงที่ทิ้งสถานะของตัวเองออกไปทำภารกิจลับ เพื่อตามหาสิ่งหนึ่งที่ถูกขโมยไปจากพวกเขา ทั้งคู่ได้พบและร่วมเดินทางพร้อมทั้งช่วยเหลือกันและกัน จนเกิดเป็นเรื่องราวความรักเล็ก ๆ ระหว่างทั้งคู่ สุดท้ายทั้งการทำภารกิจลับของมิราน่า หรือการทำลายคำสาปมังกรในตัวดาเวียนจะสำเร็จหรือไม่ และความรักของทั้งคู่จะจบลงแบบไหนนั้น สามารถติดตามรับชมได้ที่ netflix

เว็บอนิเมะ

 

 

ความหวั่นใจแรก ๆ ของแฟนเกมที่คงมีต่อการดัดแปลงไปในสื่ออื่นอย่างหนังหรือซีรีส์ คงไม่พ้นการทำลายคุณค่าของผลงานดั้งเดิมอย่างเช่นที่เกมหลาย ๆ เกมล้วนเผชิญมาถ้วนหน้า ยิ่งสตูดิโอผู้สร้างครั้งนี้คือ ‘สตูดิโอเมียร์ (Studio Mir)’ สตูดิโอสัญชาติเกาหลีที่ก่อตั้งจากอดีตผู้กำกับซีรีส์ ‘Avatar: The Last Airbender’ และมีผลงานเด่นในลายเส้นแบบคอมิกสไตล์ตะวันตกอย่าง ‘The Legend of Korra’

 

และเริ่มมาจับแนวเด็กโตด้วยเนื้อหาที่ผู้ใหญ่ขึ้นในปี 2018 อย่าง ‘The Death of Superman’ ซึ่งอย่างที่บอกมันมีโอกาสสูงเหมือนกันที่จะถ่ายทอดตัวเกมที่ซับซ้อนออกมาได้กลิ่นเดิม และดูสนุก

 

ทว่าสิ่งที่ผู้ควบคุมงานสร้างอย่าง แอชลีย์ เอ็ดเวิร์ด มิลเลอร์ (Ashley Edward Miller) ซึ่งเคยเขียนบทหนังอย่าง ‘Thor’ (2011) และ ‘X: First Class’ (2011) รวมถึงซีรีส์ ‘Terminator: The Sarah Connor Chronicles’ (2008-2009) มาก่อน เมื่อมาคุมการเล่าเรื่องในแอนิเมชันซีรีส์เรื่องนี้ เขาก็สามารถคงเอกลักษณ์ของตัวละครดังในเกม เอามาเล่าเรื่องรวมกันได้อย่างน่าสนใจมาก ๆ ซึ่งต้องบอกว่ามันเป็นรสประหลาดที่ไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ เพราะมันย่อยยากสากลิ้น แต่อร่อยแบบทานยากนี่ล่ะ ใช่ มันคือรสชาติดาร์ก ๆ แบบผู้ใหญ่ ที่บอกว่าเหล้าขม ๆ มันหอมหวานนั่นเอง

 

 

ตัวซีรีส์เปิดตัวด้วยการล่าสังหารมังกรของ พระเอกหนุ่มอย่าง ดาเวียน ดรากอนไนท์ ชายผู้สูญเสียครอบครัวไปด้วยฝีมือมังกรและปฏิญาณตนว่าจะล่าสังหารมังกรให้ได้มากที่สุดเพื่อป้องกันเด็ก ๆ ที่จะมีชะตากรรมแบบเดียวกับเขา ก่อนที่เขาจะไปพัวพันกับการแย่งชิงอำนาจของพลังเหนือโลกจนบังเอิญไปผสานชีวิตกับมังกรที่ตนรังเกียจกลายเป็นคำสาปที่เขาต้องหาทางแก้ไข ซึ่งนี้เป้นเหมือนเส้นเรื่องหลักที่แทนสายตาผู้ชมติดตามดาเวียนออกไปสัมผัสโลกเวทย์มนต์และมังกรได้อย่างเข้าใจง่าย และน่าติดตามด้วยรสแบบดราม่าผสมการผจญภัย

 

 

ทว่าซีรีส์ไม่ได้เล่าอะไรง่าย ๆ นักเลย แค่ฉากการพรรณนาการกำเนิดโลก และการต่อสู้แย่งชิงอำนาจของพลังความดีความชั่ว มิติจักรวาลช่วยต้นตอนแรกก็บอกได้เลย เต็มไปด้วยชื่อแปลก ๆ สำหรับคนไม่ได้เล่นเกม คือโคตรงง งงจริง ๆ พอจับใจความภูมิหลังของโลกในเรื่องแทบไม่ได้ ซ้ำระหว่างทางของตัวละครที่ต้องพบเจอตัวละครใหม่ ๆ เผ่าใหม่ ๆ ความเชื่อต่อเทพีที่แตกต่างกันผู้สร้างก็ไม่ได้สนใจมานั่งอธิบายว่าอะไรเป็นอะไร ซ้ำร้ายบางครั้งเราได้ดูเพียงตัวละครอ่านหนังสือแล้วได้เข้าใจอะไรบางอย่าง ซึ่งเราไม่เห็นไม่ทราบด้วยเลยก็มี

 

 

สิ่งที่ทำให้แอนิเมชันเรื่องนี้ไม่เครียดและปรัชญาเกินไป คือฉากการต่อสู้ที่บอกเลยว่าโคตรอลังการ มันมีตั้งแต่นักรบเก่ง ๆ ดวลกัน ไปจนถึงคนปะทะมังกรยักษ์ และมังกรยักษ์ฟัดกันเอง มีทั้งบนพื้น ในป่า บนฟ้า คือสเกลมันใหญ่มาก แต่กลับไม่เว่อ เราอินได้แทบทุกฉาก ลุ้นเอาใจช่วยได้ตลอดจริง ๆ ด้วยเรตแบบ 18+ ที่ถึงเลือดถึงเนื้อ แถมตัวละครก็ตายกันได้จริง ๆ (แค่จบตอนแรกเราก็มีเหวอแล้ว)

 

 

ความโดดเด่นของเรื่อง

รีวิว - DOTA: Dragon’s Blood

 

 

 

–  เรื่องนี้มันมีทั้งต่อสู้ด้วยอาวุธของเหล่านักรบ และต่อสู้แบบนักเวทย์ ทั้งต่อสู้กับคนด้วยกันเอง และต่อสู้กับมังกร เราจะได้เห็นฉากฟาดฟันกันอย่างมันส์เกือบตลอดเรื่อง ต้องถูกใจคนชอบอนิเมะแนวต่อสู้อย่างแน่นอน

 

–  ตัวละครแต่ละตัวมีภูมิหลังที่น่าสนใจ และเนื้อหาของเรื่องมีความซับซ้อน แต่ก็ไม่ได้เข้าใจยากอะไรขนาดนั้น แม้ไม่เคยเล่นเกมมาก่อนเลยก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ

 

–  ภาพสวยมาก ๆ ฉากต่าง ๆ ของเรื่องดีมาก ๆ โดยเฉพาะฉากที่เป็นการต่อสู้แบบสายเวทย์นั้น ภาพอลังกาลสุด ๆ ไหนจะลายเส้นของมังกรแต่ละตัว สายตามังกรที่ดุดัน ความสวย ความน่าเกรงขามของมังกร ภาพดีเกินคำบรรยายค่ะ

 

 

สำหรับความรู้สึกหลังชมนั้น โดยรวมคือค่อนข้างชอบนะ ในซีซันแรกนี้มีความยาว 8 ตอน ดำเนินเรื่องนี้ มีภูมิหลังมีปมของเรื่องที่ดี น่าติดตาม ดูแล้วไม่น่าเบื่อและตอนจบ EP 8 ก็ชัดเจนดี ใครอยู่ฝ่ายไหน ใครเลือกข้างใคร ความรู้สึกส่วนตัวคือ จัดให้เป็นอีกหนึ่งอนิเมะที่สนุกเกินคาดเลยหละค่ะ เอาหละอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว อย่ารอช้า เข้าไปรับชมและเอาใจช่วยพวกเขาต่อสู้กันได้ที่ netflix เลยจ้า

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น